My blog my Fiction

[Fic] 牡丹 Peony {YUNJAE} Part3

posted on 13 Dec 2011 16:04 by madame56  in Fic-PEONY-YUNJAE
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

PART 3

 

 

“ ตายซะเถอะชองยุนโฮคนบ้า!! ”

แค่วก!!!

“ โอ้ย!! ” เสียงเข้มร้องขึ้น

“ ท่านยุนโฮ! ” จุนซูร้องตามอย่างเป็นห่วง

“ สมน้ำหน้า อยากกวนเราเอง ” สบัดหน้าหนีทันทีเมื่อทำอีกฝ่ายเจ็บแสบ  เสียงเมื่อครู่คือชองยุนโฮถูกกรงเล็บน้อยๆขององค์หญิงข่วยเข้าเต็มๆที่แก้มกร้าน จนขึ้นเป็นรอยเลือดซิบๆ   อยากยื่นหน้ามากวนเราเองอะ

                “ เป็นรอยข่วนเลยขอรับ…ซูยองไปยามาทำแผลให้ท่านองครักษ์เถอะ ”

                “ เจ้าค่ะ ” แจจุงเหล่ตาดูด้านหลังที่วุ่นวายหายามาทำแผลให้คนจอมกวน  ชิส์ ไม่สนหรอก แกล้งเราก่อนนี่

                “ เจ็บมั้ยขอรับ เดี๋ยวข้าน้อยทำแผลให้เอง ” จุนซูรับกล่องยามาก่อนดันให้ยุนโฮนั่งลงที่เก้าอี้ 

                “ ซี๊ด! ” เสียงเจ็บแสบของยุนโฮทำให้องค์หญิงน้อยเหลิบมองอีกครั้ง อะไรจะเจ็บปานนั้นเล่า…เราไม่ได้ทำแรงมากนะ

                “ เจ็บมากเหรอขอรับ…จะบวมไปอีกหลายวันแน่ๆ ” จุนซูสันณิฐาน

                “ ….จะ…เจ็บมากเหรอ….เรา ” แจจุงใจอ่อนยอมหันกลับมาดูชายหนุ่มที่นั่งหน้ายุ่งเพราะโดนแมวจอมดื้อข่วนเข้าให้ ขอหากวนประสาทละมั้ง

                “ ไม่ขนาดนั้นพะยะค่ะ ” องค์หญิงเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางเหมือนไม่เจ็บก็ยิ่งรู้สึกผิด  เราไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย จริงๆนะ

                “ เราทายาให้เอง ” ยุนโฮลอบยิ้มเมื่อเห็นองค์หญิงคว้ายาทาจากมือสหายไป แล้วเริ่มทาลงข้างแก้มตน แต่คงจะมือหนักไปเสียหน่อย ชายหนุ่มเบ้หน้าเมื่ออีกฝ่ายลงน้ำหนักแรงเกินไป

                “ ตรงนี้ก็เจ็บใช่มั้ย ” เสียงหวานๆถามด้วยความอ่อนโยน นึกไม่ถึงว่าพระองค์จะมีมุมแบบนี้ด้วยเหมือนกัน  ไหนจะปลายนิ้วนุ่มๆที่คอยวนไปวนมาที่แก้มองครักษ์หนุ่มนั่นอีก สายตาคมจึงมิอาจละไปจากดวงหน้าหวานได้แม้แต่น้อย กลิ่นหอมคล้ายโบตั๋นลอยเข้าจมูกเมื่อทรงเอามืออีกข้างรวบผมยาวเลยเอวคอดไปไว้ด้านหลัง 

                “ ก็เจ้าน่ะ อยากกวนโมโหเราก่อนนี่…เรา ไม่ได้ตั้งใจนะ! ” เอ่ยแก้ตัวเพราะเริ่มรู้สึกผิด

                “ หม่อมฉันไม่โกรธพระองค์หรอกพะยะค่ะ ” ยุนโฮระบายยิ้ม

                “ เจ้าไม่มีสิทธิ์โกรธเรานี่ ” เย่อหยิ่งสมเป็นพระองค์เสียจริง

 

 

 

ไม่จริงหรอก…ไม่จริง!... 

                “ ไม่จริง! ”

                “ มีอะไรเหรอเพคะองค์หญิง ” ฮเยซองกับยูซองเอ่ยขึ้นพร้อมกันขณะที่ทั้งคู่กำลังช่วยกันแปลงผมงามของแจจุง

                “ ก็…ก็…เจ้าองครักษ์ชองนั่นนะสิ…มองเราแปลกๆ แล้วเราก็ไม่เข้าใจด้วย…สายตาบ้าๆแบบนั้นน่ะ!! เจ้าบ้าๆๆๆ! ” กำปั้นเล็กๆทุบลงที่โต๊ะเครื่องแป้งอย่างรำคาญจิตใจตัวเอง 

                “ ท่านองครักษ์เหรอเพคะ…หล่อเหลานักนะเพคะ ขนาดพวกซังกุงสาวๆในวังยังแอบซุบซิบเรื่องท่านองครักษ์ชองเลยเพคะ ” แฝดผู้น้องยูซองเริ่มเล่าเรื่องราวที่ได้เห็นหรือได้ยินมาทันที

                “ งั้นเหรอ ชิส์…เนื้อหอมปานนั้นเลยหรือไง  ไม่เห็นจะน่ามองตรงไหน แต่ทำไมเจ้าบ้านั่นเอาแต่มองเราแปลกๆด้วย  เราไม่ชอบ!… ” โถ่ พ่อคนเนื้อหอม คงขยันไปโปรยเสน่ห์ใส่สาวๆหละสิ เห็นรุ่งเช้าทีไรหายหัวไปทุกที

                “ มองอย่างไรหรือเพคะองค์หญิงน้อย ” ฮเยซองแฝดผู้พี่เองก็ใคร่อยากรู้นัก 

                “ ก็…แบบที่เรารู้สึกว่ามันน่ารำคาญไงเล่า!...ถามมากจริงเราง่วงแล้ว ” ร่างเล็กระหงลุกขึ้นยืนอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะชองยุนโฮแท้ๆเลย   เรารำคาญที่หัวใจมันดันเต้นแรงนี่สิ ชิส์!........

 

 

 

หนึ่งสัปดาห์เห็นจะได้ที่ใช้เวลาเดินทางมาถึงต่างเมือง  ที่ที่พระเจ้าชินซองไม่อยากเสด็จมาแม้แต่น้อย แคว้นชิลลา   แคว้นยิ่งใหญ่มีเมืองขึ้นนับไม่ถ้วน เมื่อเทียบกับเมืองเล็กๆอย่างฮวาวอลของเขาแล้วยังห่างใกลนัก

                “ เราเชิญองค์หญิงแจจุงมิใช่หรือ เหตุใดถึงได้เป็นท่านได้หละพระเจ้าชินซอง ”

                “ ธิดาของหม่อมฉันป่วยหนัก เกรงว่าจะไม่สะดวก ”

                “ งั้นหรือ…เราคงต้องหาเวลาไปเยี่ยมองค์หญิงกายหอมของเจ้าแล้วหละ ” น้ำเสียงเหมือนรู้ทันขององค์เหนือหัวแห่งชิลลาทำเอาพระเจ้าชินซองกังวลหนัก 

                “ เอาเถอะ…เราจะให้คนพาไปพักผ่อน ก่อนถึงงานฉลองราชฑูตคืนนี้ ” ราชฑูตแห่งฮวาวอลเมืองเล็กๆจากทางเหนืออย่างพระเจ้าชินซองถูกเชิญเสด็จไปยังตำหนักรับรอง

                “ คิดว่าเราไม่รู้หรือไง ว่าพระเจ้าชินซองหวงธิดาอย่างกับจงอางหวงไข่…งดงามยิ่งกว่าพระมารดาปานนั้นจะเก็บไว้ทำไม ” พระเจ้าคังวังซองแห่งชิลลาเอ่ยขึ้นทันทีที่แขกบ้านแขกเมืองกลับออกไป ตั้งแต่เดือนก่อนตอนที่พระองค์เสด็จเยือนฮวาวอลจึงมีโอกาสได้พบกับองค์หญิงน้อยผู้แสนซุกซนหากแต่งดงามกว่าหญิงทุกคนที่พบเจอ  ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่พบก็ว่าได้  และนางต้องตกเป็นของเราในไม่ช้า!

 

 

 

                “ องครักษ์ชอง~….วันนี้มีตลาดใหญ่นอกวัง เจ้าพาเราไปหน่อยนะ…นะๆ ” อย่าเอาใบหน้าใสๆขาวๆนั่นมาใกล้กระหม่อมจะได้มั้ย

                “ สหายของพระองค์ไปไหนซะหละกระหม่อม ” ยุนโฮทำเป็นไม่สนใจเอาแต่เช็ดปืนที่พึ่งได้มาจากพวกตัวขาวจากตะวันออกมาใหม่ๆ

                “ ก็จุนซูนะสิ ไม่สนใจเรามัวแต่ไม่นั่งคัดอักษรส่งเสด็จพี่อยู่ได้ เราไม่มีเพื่อนนี่ ” ปากแดงๆที่ยื่นออกมาอย่างแง่งอนทำเอาคนถือปืนชักใจอ่อนแต่ยังคงทำไม่สนอยู่เช่นเคย

                “ บอกแล้วไงว่าอย่าสนใจอย่างอื่นมากกว่าเราน่ะ!...ไอ่อาวุธบ้านี่มันอะไรหนักชมัด ” มือเล็กชิงเอาปืนสีเข้มในมือยุนโฮออกมาด้วยเพราะหงุดหงิด  เจ้านี่ยังไง เดี๋ยวก็นั่งสมาธิเมินเฉยเรา เดี๋ยวก็เช็ดอาวุธบ้าๆพวกนี้อีก

                “ ไม่ใช่ของเล่นนะพะยะค่ะ คืนหม่อมฉันมาเถอะ ”

                “ ไม่! พาเราออกไปเที่ยวก่อนสิถึงจะยอมคืนให้ ” คิ้วโก่งๆนั่นยักขึ้นอย่างเป็นต่อ แก่นแก้วราวกับเด็กๆนอกวัง

                “ องค์หญิง ” เสียงเย็นของยุนโฮไม่ได้ทำให้แจจุงสะทกสะท้านแม้แต่น้อย แจจุงยังคงเป็นองค์หญิงน้อยผู้แสนดื้อเช่นเดิม

                “ สัญญาก่อนสิแล้วจะคืนให้…นะๆ พาเราออกไปครั้งเดียวเอง ” ดวงตากลมโตหันกลับมาออดอ้อนอย่างไม่เคยเป็น คงอยากออกไปเที่ยวเล่นจริงๆสินะ

                “ รอให้แดดร่มกว่านี้แล้วหม่อมฉันจะพาออกไปพะยะค่ะ ” ยุนโฮพูดก่อนยื่นมือไปหยิบปืนคืนมาจากแจจุง

                “ จริงนะ!!....เจ้าน่ารักที่สุดเลย ” ยิ้มรับอย่างดีอกดีใจพร้อมหัวกลมๆถูไปมาที่ไหล่กว้างของชายหนุ่ม ช่างออดอ้อนนัก

                “ งั้นเดี๋ยวเราไปแต่งตัวรอดีกว่า….ยูซอง ฮเยซอง ไปช่วยเราแต่งตัวหน่อยสิ ”

                “ เพคะองค์หญิง! ” สองเสียงฝาแฝดขานรับด้วยความยินดีแล้วเร่งฝีเท้าตามองค์จอมป่วนไป

 

 

 

มือน้อยๆบรรจงคัดอักษรตามแบบในหนังสืออย่างเต็มที่ แต่คัดเท่าไหร่ๆหมึกสีดำๆก็ยิ่งเปื้อน เต็มหน้ากระดาษ ไหนที่จะมือคนเขียนอีก   จุนซูสงสัยว่าทำไมแค่คัดอักษรเพียงไม่กี่หน้ามันถึงได้ยากเย็นนัก  ก็คนมันไม่เคยคัดนี่ ได้เท่าไหนเท่านั้นแล้วกัน  มือป้อมรวบรวมกระดาษใส่มือก่อนเร่งก้าวไปยังตำหนักใหญ่ที่องค์ชายยูชอนประทับอยู่  

                “ ข้าน้อยคิมจุนซูมาขอเข้าเฝ้าองค์ชายขอรับ ”  เด็กหนุ่มยืนเหงื่อแตกพลักเพราะความตื่นเต้น  กลัวจะถูกดุเข้าให้อีก อีกอย่างวันนี้อดเล่นกับองค์หญิงเลยเอาแต่นั่งคัดอักษรทั้งวัน ป่านนี้คงถูกโกรธแล้วแน่ๆ

                “ คิมจุนซูสหายขององค์หญิงน้อยขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ ”  ข้ารับใช้ประจำตำหนักเอ่ยบอกองค์ชายที่ยังคงทรงงานแทนฝ่าบาทอย่างตั้งอกตั้งใจ

                “ ให้เข้ามา ” เมื่อตรัสจบคิมจุนซูจึงถูกเชิญให้เข้าไปยังตำหนักทรงงาน

                “ นี่ขอรับ ” จุนซูยื่นกระดาษสองแผ่นให้อีกฝ่าย  ยูชอนกางออกดู ก็นึกขำในใจเลอะเทอะแบบนี้  ไม่เป็นระเบียบเอาซะเลย ถึงว่าเป็นเพื่อนกับแจจุงได้

                “ ไปเขียนมาใหม่ ”

                “ ทำไมหละขอรับ! ”

                “ ไม่ต้องถาม กลับไปเขียนมาใหม่ ”

                “ แต่ ข้าน้อยทำได้เท่านี้ แค่อ่านยังทำไม่ได้ แล้วเขียนแบบนี้ข้าน้อยทำไม่ได้หรอกครับ ” คิดแล้วก็น้อยใจ เขามันเด็กชาวบ้าน จนก็จน เรียนก็ไม่ได้เรียนแล้วจะมาเอาอะไรกับเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าแบบเขาเล่า

                “ งั้น….มาเรียนกับเรามั้ย คิมจุนซู ” จุนซูรู้สึกถึงแรงสัมผัสที่ผมของตน บางเบาแต่อบอุ่นเหลือเกิน มือของพระองค์ ไหนจะน้ำเสียงใจดีนั่นอีก แววตาอ่อนโยน  จริงๆแล้วองค์ชายคงใจดีมากๆเลยสินะ

                “ ได้เหรอขอรับ ” ใบหน้าขาวหล่อเหลาของพระองค์พยักรับ

                “ ขอรับ คิมจุนซูจะเป็นนักเรียนขององค์ชาย ” คนตัวเล็กยิ้มแย้มจนใบหน้ากลมเต็มอิ่มน่ารักน่าเอ็นดู

                “ เจ้านี่มอมแมมเช่นนี้เสมอเลยหรือไง ” ยูชอนรักสะอาดเอาผ้าผืนขาวเช็ดใบหน้าเปื้อนน้ำหมึกให้อีกฝ่ายอย่างนึกขำ

                “ ไม่นะขอรับ เพราะหมึกดำๆพวกนั้นทำให้ข้าน้อยมอมแมม ไม่หล่อเช่นเคย ”

                “ หึ…. เพราะเจ้าที่ไม่ระวังมากกว่า ” ตรงไหนกันที่เจ้าบอกว่าหล่อเหลา เราไม่เห็นซักนิด ไหนจะหน้ากลมๆ แก้มแดงๆ  ปากที่เอาแต่เถียง ตัวก็เล็กเช่นนี้  มีจุดไหนที่หล่อกัน

 

 

 

                “ เอาผ้าคลุมไว้นะเพคะองค์หญิง เดี๋ยวจะถูกฝุ่นเข้า ”

                “ ไม่เอา มันน่ารำคาญจะตาย…เราไปก่อนนะ เดี๋ยวจะซื้อของมาฝาก ” องค์หญิงน้อยปัดความห่วงใยของนางกำนัลทิ้งก่อนยกมือโบกลา ก่อนหันไปเกาะแขนองค์รักษ์หนุ่มแน่น

                “ องค์หญิงของพวกเรากับท่านยุนโฮคู่นี้ชักยังไงๆอยู่นะฮเยซอง ดูเหมาะสมกันเหลือเกิน ”

                “ ดูพูดเข้าสิ องค์หญิงเป็นถึงเชื้อพระวงศ์เลยนะ…..แต่จะว่าไปก็เหมาะกันดีเนอะ ” สองแฝดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะเท่าที่รับใช้องค์หญิงมานานก็เห็นไม่กี่คนที่เอาอยู่

 

 

 

เสียงจอแจ ชาวบ้านมากหน้าหลายตา ร้านรวงมากมายถูกตั้งขึ้นมากกว่าทุกๆวัน  แม้แต่การแสดงผาดโผนยังมีให้ชม ยุนโฮค่อนข้างแปลกใจเพราะเขาไม่เคยเห็นอะไรที่มันดูรื่นเริงแบบนี้มาก่อน แต่ผิดกับอีกคนที่เดินไวเสียจนเขาต้องจับแขนขาวๆไว้แน่น  ถึงจะถูกมองค้อนแต่ก็ต้องทำ

“ อยากกินอันนั้นอะ ซื้อหน่อยสิ… ” แจจุงลากแขนชายหนุ่มให้เดินตามไปที่ร้านมันเชื่อมน่ากิน

“ เสวยได้เหรอพะยะค่ะ ” ยุนโฮกระซิบถาม เมื่อองค์หญิงเอาแต่แทรกตัวผ่านชาวบ้านหลายคนเข้าไปซื้อของหวาน

“ ได้ซี่~ ”

“ หม่อมฉันไปซื้อให้เอง พระองค์ทรงรออยู่ที่นี่เถอะพะยะค่ะ ”

“ ใจดีจัง ” มือขาวยกขึ้นบีบแก้มของอีกฝ่ายเล่นเหมือนที่ชอบทำกับจุนซู แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เลยว่ามันไม่เหมือนกันซักนิดสำหรับชองยุนโฮ  ผู้ชายไม่ที่เคยหวั่นไหวกับผู้หญิงหรือจะให้ถูกคือไม่เคยมีโอกาสได้เข้าใกล้เลยต่างหาก

“ สู้เค้านะ ฮิๆ ” แจจุงดันหลังยุนโฮให้เข้าไปให้หมู่คนมากมาย

 

ไม่กี่นาทียุนโฮก็ออกมาพร้อมมันเชื่อมห่อใหญ่ ใบหน้าเคร่งมีเหงื่อซึมอยู่ประปราย ท่าทางหงุดหงิดเพราะถูกเบียดเสียงเรียกรอยยิ้มจากแจจุงสุดๆ

                “ เจ้าไม่เคยอยู่ที่ที่คนเยอะเช่นนี้เลยหรือไง ดูทำหน้าเข้า ”

“ ไม่เคยพะยะค่ะ ” ตอบหน้าซื่อพลางยื่นห่อมันเชื่อมให้องค์หญิง

                “ ขอบใจนะ….หืม…อร่อย! ” แจจุงจ่อมันเชื่อมที่ปากยุนโฮ ชายหนุ่มหยุดเดินก่อนหันหน้ามามองอีกฝ่ายอย่างงงๆ

                “ ไมเคยกินหรือไง ” ยุนโฮส่ายหน้า

                “ ลองสิ อร่อยนะ ” ส่ายหน้าอีกครั้งเมื่อแจจุงทำท่าจะยัดมันเข้าปากยุนโฮ  แต่พอถูกสายตาดุๆขององค์หญิงจึงจำต้องรับมันเข้าปาก มันก็อร่อยอยู่หรอก แต่รอยยิ้มถูกใจขององค์หญิงต่างหากเล่าที่ทำให้ชายหนุ่มใจเต้นแรงอีกครั้ง

                “ ขอบพระทัยพะยะค่ะ ”

                “ ไปด้านนั้นเถอะ เขามุงดูอะไรกันน่ะ ” อดสงสัยไม่ได้เพราะผู้คนมากมายกำลังมุงดูการแสดงอะไรซักอย่าง จึงรีบลากองครักษ์หนุ่มให้ตามไปแทบจะทันที ทั้งๆที่ใส่กระโปรงยาวๆเช่นนี้แต่ยังทรงวิ่งไวเหมือนกันเด็กๆ จะแก่นแก้วไปถึงเมื่อใดกันองค์หญิง

                “ เยี่ยมไปเลย ในวังไม่เห็นมีอะไรเช่นนี้!...ดูนั่นสิยุนโฮ ” ชี้ชวนให้อีกฝ่ายดูโชว์แปลกๆ

                “ คนพวกนั้นอย่างกับมีเวทมนต์แหนะ ” องค์หญิงน้อยตะลึงหนักเมื่อเห็นคนต่างชาติเปิดผ้าออกมาแล้วมีนกพิราบบินตามออกมาด้วย  ช่างมีความสุขเหลือเกิน กินไปด้วยดูโชว์ไปด้วยเนี่ย  องค์หญิงน้อยกำลังเพลิดเพลินกับการแสดงตรงหน้าจนถูกนักแสดงโชว์ดึงออกไปให้ร่วมแสดงด้วย ซึ่งยุนโฮเองก็ห้ามไม่ทัน  ได้แต่เฝ้ามองรอยยิ้มร่างเริงที่เขาเห็นมาตลอดอาทิตย์  งอแง ดื้อ เหมือนเด็กๆ แต่จริงๆแล้วเป็นคนใจดีกับคนรอบข้างเสมอ 

                “ ให้เราเข้าไปในนี้เหรอ…คิกๆ…ก็ได้ๆ ” ตอบตกลงอย่างใจดีเมื่อถูกเชิญเข้าไปในกล่องสี่เหลี่ยมเตรียมการแสดงมายากล  แต่ยุนโฮกลับเห็นท่าไม่ดี รีบรุดเข้าไปดึงอีกฝ่ายออกมา

                “ ปล่อยนะ  เราจะเล่น ” หันมาค้อนใส่อีกฝ่ายแทบจะทันที 

                “ กลับเถอะขอรับ ” ไม่ใช้คำราชาศัพท์เพราะเห็นผู้คนเริ่มให้ความสนใจพวกเขาขึ้นเรื่อยๆ

                “ เจ้า!...ขัดใจเราอีกแล้วนะ! ” คราวนี้คงโกรธจริงๆเพราะเดินกระแทกเท้าหนีไปนู่นแล้ว องครักษ์หนุ่มเร่งฝีเท้าตามไปเช่นกัน

                “ กลับวังเถอะองค์หญิงน้อย ”

                “ ไม่! ” นอกจากจะโกรธแล้วยังกระแทกตัวลงนั่งที่ร้านน้ำชาไม่ยอมลุกไปไหนอีก

                “ งั้นจะให้หม่อมฉันทำอย่างไรพะยะค่ะ ” เขารู้สึกเหมือนมีคนตามมาตั้งแต่ดูมายากลนั่นแล้ว ท่าทางไม่น่าไว้ใจ

                “ ทำให้เราพอใจสิ ”

                “ พอใจ?....ตามพระบัญชา แต่พระองค์ต้องการอะไรหละพะยะค่ะ ”

                “ ไม่รู้….เรื่องแค่นี้คิดเองสิ หรือเจ้าเก่งแต่ทำให้เราโมโหกัน ” องค์หญิงทิ้งโจทษ์หนักอึ้งไว้ให้ชองยุนโฮเสียแล้ว  เขาถึงได้มาเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ ต้องหาอะไรก็ได้ที่ทำให้องค์หญิงพอใจให้เร็วที่สุด ขืนปล่อยไว้คนเดียวจะก่อเรื่องอีก

               

 

“ ไปเป็นชาติ คิดว่าจะหาอะไรที่ทำให้เราพอใจได้หรือไง  ชิส์ ” คอยดูเถอะ จะแกล้งซะให้เข็ด

                “ ท่านหญิง… ” เสียงเด็กที่ไหนไม่รู้ดังขึ้น ใบหน้าบึ้งตึงหันกลับไปดู   หน้าตามอมแมม เสื้อผ้าขาดๆพวกนั้น น่าสงสารจังเลย  แน่นอนองค์หญิงน้อยรักเด็ก ชอบเล่นกับเด็กๆ

                “ เจ้าหิวเหรอ…ชื่ออะไร ”

                “ ข้าน้อยชื่อชางซันโฮขอรับ ” เด็กน้อยบอก ก่อนถูกองค์หญิงดึงขึ้นขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ มือขาวหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวลายโบตั๋น  ค่อยๆเช็ดหน้าให้ซันโฮ

                “ ท่าทางเจ้าจะหิว เราสั่งข้าวให้ทานดีมั้ย ” เด็กซันโฮพยักหน้ารับแม้จะทำเกินหน้าที่ไปเสียหน่อยแต่นี่นับว่าเป็นโอกาสทองเลยก็ว่าได้ เขาไม่ได้กินอาหารดีๆบ่อยๆหรอก

                “ หอมจังเลยขอรับ ผ้าของท่านหญิง ”

                “ เจ้าชอบเหรอ เราให้ก็ได้ ” ทรงใจดีกับเด็กน้อยจนคนที่แอบดูนึกแปลกใจ เอาแต่ใจก็เท่านั้น ดื้อแบบไม่ยอมใคร แต่ทำไมกับเด็กถึงใจดีผิดวิสัยเช่นนี้  แล้วไอ่เด็กนั่นแค่ให้เอาของไปให้ไม่ใช่เหรอ ดันไปนั่งออดอ้อนองค์หญิงเสียเกินหน้าที่ ชักอยากตีก้นเด็กซะแล้วสิ

                “ ขอบคุณขอรับ ท่านหญิงใจดีไม่เหมือนผู้ใด…. ”

                “ งั้นเหรอ แล้วรอยพวกนี้ไปโดนอะไรมาน่ะ…เจ็บมากใช่มั้ย เจ้าโดนรังแกเหรอ ” สายตาอ่อนโยนที่ยุนโฮไม่เคยเห็น  ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก

                “ ขอรับ…ข้าน้อยไม่มีพ่อแม่ จึงถูกรังแก ”

                “ เจ้าไม่มีพ่อแม่หรือ… ” องค์หญิงน้อยสงสารซันโฮจับใจ  ไม่มีพ่อแม่ แถมยังโดนรังแก เป็นเด็กเร่ร่อนมีที่นอนหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

                “ ไม่เป็นไรนะ…ไม่เป็นไร ” ร่างขาวนวลสะอาดสะอ้านโอบกอดเด็กสกปรกไม่เคยได้อาบน้ำหน้าตาเฉย  มือขาวลูบหลังเด็กน้อยอย่างปลอบโยน   ท่านหญิงผู้นี้ช่างใจดีเหลือเกิน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีผู้ใดทำกับเราแบบนี้มาก่อน  ทั้งสวยและใจดี

                “ เอ่อ ท่านหญิงขอรับ ” ซันโฮขยับร่างกายออกเพราะเห็นชายหนุ่มที่ว่าจ้างให้เอาของมาให้ท่านหญิงยืนหลบอยู่หลังกำแพง แถมยังทำสายตาดุใส่เด็กอีกต่างหาก

                “ มีอะไรงั้นเหรอ ”

                “ สวยมั้ยขอรับ….ท่านหญิงชอบหรือไม่ ” เด็กน้อยหยิบบางอย่างออกมาจากถุงผ้า  ที่ติดผมรูปดอกโบตั๋นสีชมพูอ่อนงามงดถูกตกแต่งด้วยใบสีเขียวยาวพอประมาณ สวยจนแจจุงยังชอบใจ

                “ งามมากเลย เราชอบ ”

                “ มีคนฝากมาให้ขอรับ ” แจจุงเอียงคอสงสัย แต่ก็ยอมรับมาจากมืออีกฝ่าย น่ารักจัง ใครเป็นคนเลือกเราชอบที่สุด

                “ ใครเหรอ… ”

                “ ท่านชายผู้นั้นขอรับ ” ซันโฮชี้ไปที่ยุนโฮที่ค่อยๆก้าวออกมาจากที่หลบซ่อน

                “ ยุนโฮงั้นเหรอ…เจ้า! เล่นอะไรเนี่ย แกล้งเราอีกแล้วใช่มั้ย คนบ้า! ” แจจุงเตรียมปาของในมือทิ้ง แต่ถูกร่างสูงห้ามไว้เสียก่อน

                “ หามิได้ขอรับ…ข้าน้อยเพียงอยากให้ท่านหญิงพอใจ ” ยุนโฮรีบแก้ต่างก่อนที่องค์หญิงจะโวยวายไปมากกว่านี้

                “ ใครบอกว่าเราพอใจ ” เชิดหน้าไปอีกทางริมฝีปากเรื่อเชิดขึ้นแบบไม่ยอมใคร

                “ แต่ท่านหญิงชอบไม่ใช่หรือขอรับ…ท่านชายผู้นี้เลือกตั้งนานกว่าจะได้มานะขอรับ ” ซันโฮเขย่าชายกระโปรงขององค์หญิง

                “ ตะ…แต่ว่า ” ใจอ่อนอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาของซันโฮ

                “ ท่านชายบอกว่า กลิ่นกายหอมของท่านหญิงคล้ายดอกโบตั๋น  ท่านชายจึงเลือกมาให้ขอรับ ข้าน้อยเองก็คิดเช่นนั้น  ท่านหญิงทั้งงดงามและใจดี ” ใบหน้าขาวแดงเรื่อเมื่อถูกชมต่อหน้าแบบนี้ แล้วไหนจะเรื่องกลิ่นกายหอมอะไรนั้นอีกหละ  เจ้าบ้ายุนโฮ กล้าดียังไงมาได้กลิ่นกัน!

                “ ก็ได้…เราจะรับไว้  แต่ไม่ได้แปลว่าหายโกรธหรอกนะ ” องค์หญิงน้อยรีบเอาปิ่นที่ยุนโฮเลือกให้เก็บใส่ถุงผ้าของตนไว้

                “ หายโกรธเถอะขอรับ เป็นคนรักกันอย่าโกรธกันนะขอรับ ”

                “ ไม่ใช่นะ!...ไม่ใช่นะซันโฮ เจ้าเข้าใจผิดนะ ” เอ่ยแก้ตัวกับเด็กน้อยพัลวัล แม้แต่ยุนโฮเองยังไม่ยอมเอ่ยแก้ตัว  เอาแต่ยกยิ้มชอบใจกับเด็กซันโฮ ชักถูกชะตาซะแล้วสิ

 

 

 

                “ ทำไมเจ้าไม่แก้ตัวกับซันโฮ!...เรากับเจ้าไม่ใช่คนรักกันซักหน่อย ” อดโวยวายไม่ได้เพราะชายหนุ่มเอาแต่ยิ้มไม่หยด เห็นแล้วมันหงุดหงิด   

                “ ซันโฮยังเด็กนะพะยะค่ะ ”

                “ แต่นั่นมันก็อีกเรื่องนึงนี่…แล้วเรื่องกลิ่นกาย เจ้ากล้าดียังไงมาได้กลิ่น คนบ้า! ” เขินจนแทบจะมุดแผ่นดินหนีแต่ขอให้ได้บ่นหน่อยเถอะ

                “ แม้อยู่ไกลยังได้กลิ่นหอมของโบตั๋น กระหม่อมเพียงแค่พูดไปตามที่ใจคิด ”

                “ ไม่ถึงขนาดนั้นซักหน่อย เราไม่เห็นได้กลิ่น ” แจจุงเอ่ยท้วง จะว่าไปพอเราเข้าใกล้ใคร ก็เอาแต่มองเราแปลกๆทั้งนั้น  หรือจะจริง

                “ หากแต่หม่อมฉันได้กลิ่นหอมทุกเมื่อเชื่อวันพะยะค่ะ ”

>////<  เจ้าบ้า!  กล้าพูดถึงขนาดนี้เลยเหรอ! 

 
 
 
 
 
 
 
 
รูปเครื่องประดับที่องครักษ์ชองซื้อให้องค์หญิงน้อย ^ ^
 
 
 
 
 
 
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หวัดดีค่ะblogสวยดีนะคะ

#2 By แก้วเซรามิค (61.90.109.119) on 2011-12-23 01:21

ทักทายจ้า ยินดีที่ได้รู้จักนะ

#3 By น๊อต (61.90.109.119) on 2011-12-23 01:21