[Fic] 牡丹 Peony {YUNJAE} Part4

posted on 07 Jan 2012 14:32 by madame56  in Fic-PEONY-YUNJAE
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

“ ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านองครักษ์ชองใจดีอุตส่าห์หาซื้อของมาฝาก ” สองแฝดข้ารับใช้ขององค์หญิงยิ้มหน้าบานเมื่อได้รับของขวัญจากยุนโฮ 

                ชิส์ ของเราสวยกว่าตั้งเยอะ    องค์หญิงน้อยแอบค่อนขอดในใจ 

                “ จุนซูไปไหนนะ…ค่ำนี้ไม่เห็นมาทานข้าวกับเราเลย ”

                “ อ่อ พระสหายไปตำหนักทรงงานตั้งแต่หัววันแล้วเพคะ ”

                “ จะโดนเสด็จพี่แกล้งอะไรหรือเปล่านะ….น่าเป็นห่วง ตามไปดูหน่อยดีกว่า ” องค์หญิงทำท่าจะเดินออกจากตำหนัก  แต่ถูกยุนโฮห้ามไว้เพราะเห็นว่าข้างนอกเริ่มมืดแล้ว

                “ เอาแต่ห้ามเราอยู่ได้ ชิส์….ไปอาบน้ำดีกว่า ” แจจุงว่าก่อนสบัดหน้าหนีเดินเข้าตำหนักด้านในไป

                “ เราอยากอาบน้ำเต็มที ! ” เสียงหวานตะโกนออกมา นางกำนัลแฝดหันไปยิ้มให้ยุนโฮแล้ววิ่งตามพระองค์เข้าไปติดๆ

 

 

 

 

                “ พวกเจ้าว่า เราหอมหรือเปล่า ”

                “ เพคะ? ” สองเสียงเอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างแปลกใจ ใบหน้าหวานมีใบน้ำอุ่นเกาะพราวในอ่างน้ำมองสองแฝดเพื่อรอคำตอบ

                “ ตอบสิ เราหอมเหมือนอย่างท่านแม่เหรอ เสด็จพ่อบอกว่าเสด็จแม่มีกลิ่นก่ายคล้ายดอกโบตั๋น เราก็เป็นเช่นนั้นใช่มั้ย ”

                “ เพคะ…ยิ่งองค์หญิงเข้าวัยสาวพวกหม่อมฉันยิ่งได้กลิ่นหอมหวนจากกายพระองค์ชัดขึ้น ” ยูซองตอบพร้อมบรรจงขัดแผ่นหลังขาวใสให้อีกฝ่าย

                “ ใครๆก็ว่าเราเหมือนเสด็จแม่ ทั้งท่านน้า เสด็จพ่อ ” มือขาวลูบปลายผมไปมาแบบที่ชอบทำ

                “ องค์หญิงของหม่อมฉันงามที่สุดเพคะ ” แฝดผู้พี่กล่าวชม พร้อมขัดแขนเนียนให้อีกฝ่าย

                “ อย่าชมกันนักสิ เราเขินจะแย่….เฮ่อ หิวจังเลย เราไม่อยากอาบแล้ว ขึ้นเถอะ ”

                “ เพคะ ” สองสาวพูดขึ้นพร้อมกันก่อนเอาผ้าคลุมเรือนร่างขาวสวยขององค์หญิงเอาไว้  

                “ ตอนนี้เราชักหิวซะแล้วสิ ” แจจุงบ่นเมื่อนางกำนัลที่กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องหลังจากอาบน้ำเสร็จ

                “ เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปบอกห้องเครื่องให้จัดสำรับมานะเพคะ ” ฮเยซองบอก

                “ อืม…เร็วๆนะ เนี่ยท้องร้องใหญ่เลย ”

 

 

 

                “ แจจุงจะต้องถามเหตุผลเรื่องนี้แน่….ไม่มีวันยอมไปง่ายๆ หากรู้เหตุผลที่แท้จริงก็จะพาลไม่ยอมไปอีก ”

                “ แต่ม้าเร็วจากฝ่าบาทรับสั่งให้เราพาองค์หญิงออกไปนะพะยะค่ะ ” บทสนทนาเคร่งเครียดของสองสหายภายในห้องทรงงานตำหนักใหญ่กำลังดำเนินต่อไปอย่างร้อนใจ ยูชอนได้รับข่าวจากม้าเร็วของฝ่าบาทจากชิลลา ราชสารลับที่รับสั่งให้พาแจจุงธิดาเพียงองค์เดียวหนีออกจากวังให้เร็วที่สุด  องค์ราชาแห่งชิลลาต้องการตัวแจจุงยิ่งกว่าอื่นใด แต่ฝ่าบาทไม่อาจศูนย์เสียคนที่รักไปได้อีกแล้ว….ไม่มีวัน

                “ ข้ารู้!...แต่มันต้องมีวิธิสิยุนโฮ… ”

                “ วิธี? อย่างไรพะยะค่ะ ”

                “ ชายใดเล่าที่ต้องการสตรีที่มีคู่ครองแล้ว ” 

                “ หมายความว่า? ” หากแต่คำตอบขององค์ชายช่างไม่น่าพิศมัยสำหรับยุนโฮเอาซะเลย

                “ เจ้าต้องแต่งงานกับแจจุง….พานางออกจากวัง ข้าจะหาข้ออ้างเมื่อทางชิลลาส่งสารมาสู่ขอน้องข้า ”

                “ แต่…. ”

                “ เจ้ารู้ดีว่าราชาแห่งชิลลาร้ายกาจเพียงใด…ท่านลุงอาจไม่มีโอกาสได้กลับมาด้วยซ้ำ ”

                “ องค์หญิงไม่มีทางยอมง่ายๆ ” ยุนโฮพึมพำกับตัวเอง  

 

 

 

 

 

 

เพล้ง!! 

                “ ออกไป!...ออกไปให้หมด! ” แจจุงใบที่สองถูกขว้างทิ้งอย่างไม่ใยดี  เหล่าข้ารับใช้หลายสิบยืนสงบนิ่งอยู่หน้าตำหนัก

                “ บ้า!..ฮึก…บ้าที่สุด ใจร้าย! ” มือเรียวกำกระดาษจดหมายแน่น พร้อมหยาดน้ำตาใสไหลออกจากดวงตากลม  เจ็บใจ…เสียใจ  น้อยใจ

                “ แจจุง ”

                “ เสด็จพี่….ฮึก…ไม่จริงใช่มั้ยเพคะ  ทุกคนโกหก….เสด็จพ่อไม่ทำอย่างนั้นกับน้อง ” องค์หญิงน้อยโอบกอดเอวของพี่ชายแน่นขณะที่นั่งอยู่ มือหนาลูบผมดำไปมาอย่างปลอบโยน

                “ ฝ่าบาททรงไตร่ตรองมาอย่างดี ”   

                “ แสดงว่าเสด็จพี่ก็เห็นด้วยใช่หรือไม่!...ทุกคนผลักไสน้องให้ผู้อื่น!...ฮึก…ไม่มีใครต้องการน้องแม้แต่เสด็จพ่อ ”

                “ ยุนโฮไม่ใช่ผู้อื่น เขาเป็นหสายพี่ และเป็นคนที่ฝ่าบาทไว้ใจ ”

                “ ไม่!...อย่างไรน้องก็ไม่แต่ง  เราไม่ได้รักกัน ” แจจุงผลักออกจากพี่ชายสบัดหน้าหนีพร้อมหยาดน้ำตาแห่งความน้อยใจ

                “ น้องไม่อาจขัดพระกระแสรับสั่งได้หรอกแจจุง ”

                “ บอกเหตุผลมาก่อนสิ!...ฮึก…หรือว่าจริงๆแล้วทุกคนไม่รักน้อง ทั้งเสด็จพ่อ เสด็จพี่ ท่านน้า!...ฮึก…ทุกคนอยากให้น้องไปไกลๆ!! ” องค์หญิงน้อยผู้ดื้อรั้นไม่อาจทนได้ ยูชอนมองตามแผ่นหลังเล็กที่วิ่งเข้าตำหนักด้านในไป

                “ ฝากเจ้าด้วยนะยุนโฮ ” ยูชอนถอนหายใจเฮือกฝากฝังแจจุงกับสหายสนิทพลางตบไหล่แล้วออกจากตำหนักไป

 

 

 

 

 

เสด็จแม่  หากลูกต้องจากไปไกล หากลูกต้องกลายเป็นของชายอื่น  หากเขาไม่ได้รักลูกแล้วทำให้ลูกเสียใจ ลูกจะกลับมาหาเสด็จแม่ได้หรือไม่เพคะ  ลูกกลับมาร้องไห้กับเสด็จแม่ได้หรือไม่ 

                “ ถ้าทุกคนอยากให้ลูกไป….ลูกจะไปให้ไกล ” ตำหนักร้างอึนฮยองเป็นที่ที่ใช้เป็นที่ระบายความในใจ  แจจุงนั่งกอดเข่าอยู่ที่เตียงเก่าๆที่เสด็จแม่เคยนอน ปล่อยหยาดน้ำตาท่ามกลางความมืด โดยไม่นึกว่าหลายคนกำลังวิ่งวุ่นตามหาตน     

                “ อากาศหนาวมาก พระองค์ไม่ควรออกมานอกตำหนัก ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคย  ยุนโฮยืนสง่าอยู่ตรงหน้า แจจุงกัดริมฝีปากแน่นเสหน้าหนีไปทางอื่นอย่างเจ็บใจ  หาเขาเจอได้ยังไง  ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงตอนนี้

                “ กลับตำหนักเถอะกระหม่อม ”

                “ อย่ามายุ่งกับเรา! ”

                “ หม่อมฉันทราบว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำใจ…แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าทุกอย่างย่อมมีเหตุผล ” ร่างสูงนั่งลงด้านข้างคนเอาแต่ใจ

                “ เหตุผลอะไร ไม่เห็นมีใครบอกเราเลย…บอกมาสิ! เหตุผลบ้าบอของเจ้าน่ะ!!...ฮึก ” แจจุงหันไปเขย่าร่างสูงด้านข้างไปมาอย่างเจ็บปวด  ไม่เห็นมีใครบอกเขาบ้างเลย

                “ หม่อมฉันไม่อาจบอกพระองค์ได้ แต่ฝ่าบาททรงตริตรองอย่างดีแล้ว….ทรงอย่าเสียน้ำตาให้การตัดสินใจของฝ่าบาทอีกเลยพะยะค่ะ ” มือแกร่งจับข้อมือขาวไว้เบามือ อีกข้างยกขึ้นเช็ดน้ำตา  แจจุงสงบนิ่งกับคำปลอบโยน แต่ยังคงร้องไห้อยู่

                “ แต่เจ้า…เจ้า…ฮึก….ไม่ได้รักเรา ”

                “ พระองค์รู้หรือว่าความรักเป็นเช่นไร ” แจจุงส่ายหน้า

                “ หม่อมฉันเองก็ไม่รู้เช่นกัน….หากแต่นับตั้งแต่วินาทีนี้พระองค์จะทรงเป็นเจ้าของดวงใจและร่างกายของหม่อมฉันตลอดไปพะยะค่ะ ” ยุนโฮจับมือเรียวแนบลงที่อกด้านซ้ายของตน ดวงใจองครักษ์หนุ่มเต้นแรงจนแจจุงเองยังตกใจ

                “ มัน…มันเต้นแรงมากเลย ”

                “ เพราะพระองค์จับต้องมันพะยะค่ะ ” แจจุงรู้สึกอุ่นวาบในดวงใจแปลกๆ แม้ไม่รู้ความหมายที่ยุนโฮบอกแต่กลับรู้สึกดี รู้สึกว่าตนเองก็สำคัญเช่นกัน

                “ หม่อมฉันรู้ดีว่าแสนต่ำต่อย  เป็นเพียงเด็กวัดบ้านนอก….แต่หากไม่ทรงรังเกียจ จะแต่งงานกับคนต่ำต่อยคนนี้หรือไม่” กำลังถูกขอแต่งงาน….แจจุงอึ้งพักใหญ่ แต่เพราะแรงบีปเบาๆที่มีข้อมือทำให้ตนต้องให้คำตอบ

                “ เอาจริงๆเหรอ ” แจจุงทำหน้าจริงจังจนอีกฝ่ายยิ้มออกมา

                “ ……. ”

                “ อืม…แต่งก็แต่งสิ ” เพียงแค่ได้ยินถ้อยคำหวานหูก็ตอบตกลง หัวใจดวงน้อยเอนเอียงไปแล้วกว่าครึ่ง

                “ แหวนวงนี้เป็นสิ่งเดียวที่มีค่าของหม่อมฉัน….นับจากนี้หม่อมฉันจะดูแลพระองค์ยิ่งกว่าชีวิต ” เงินแท้ที่ถูกถักขึ้นจนเป็นแหวนด้านบนประดับไปด้วยพลอยขาวเม็ดหยาบถูกสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้าย  ยุนโฮรู้สึกว่าแหวนที่เคยไร้ค่าของตนดูงดงามยิ่งขึ้นเมื่ออยู่บนนิ้วเรียวสวยขององค์หญิง

                “ ให้เราเหรอ….แต่ว่า ”

                “ หากพระองค์จะทรงรักษามันไว้ หม่อมฉันจะดีใจมากพะยะค่ะ ”

                “ ก็ได้…เราจะรักษาเป็นอย่างดีเลยนะ ” แจจุงเผยรอยยิ้มใจดีให้ยุนโฮ  ยกมือขึ้ยเพ่งแหวนเงินรูปร่างแปลกๆอย่างสนอกสนใจ

                “ มันเป็นของท่านแม่หม่อมฉันเอง…ท่านพ่อทำมันขึ้นมาเองพระเจ้าค่ะ ”

                “ จริงเหรอ งามมากเลย….เจ้าให้เราแล้วห้ามเอาคืนนะ ” แจจุงหันไปบอกพลางลูบแหวนอย่างหวงแหน

                “ พระองค์ต่างหากที่อย่าคืนแหวนให้หม่อมฉัน ”

                “ ชิร์ ใครจะไปคืนของสวยๆให้เจ้ากันเล่า ….จะว่าไปคืนนี้หนาวมากเลยนะ ” แจจุงยกมือขาวขึ้นเป่าลมเข้าไปเพราะรู้สึกว่ามือเริ่มเย็นขึ้นแล้ว

                “ ยูซองฝากมาให้พะยะค่ะ….ทุกคนเป็นห่วงพระองค์มาก ” เสื้อคลุมตัวหนาสีชมพูลายโบตั๋นที่ยุนโฮถือติดมือมาถูกสวมลงบนกายบาง

                “ อุ่นขึ้นตั้งเยอะ ” หันมายิ้มขอบคุณให้อย่างน่ารัก  

 

ยุนโฮ…ที่บอกว่าจะดูแลยิ่งกว่าชีวิต เจ้าทำได้ใช่มั้ย………..

 

 

 

 

 

 

                “ แหวนวงนั้นพวกเราไม่เคยเห็นเลยนะเพคะองค์หญิง งามมาก… ” ยูซองหันไปพยักหน้ารับกับพี่สาวแฝด ที่ช่วยกันหวีผมยาวสลวยให้แจจุงในยามเช้า

                “ งามมากใช่มั้ย ” ยิ้มชอบใจเมื่อถูกชมเข้า มืออีกข้างจับแหวนที่ถูกสวมที่นิ้วนางไปมาอย่างชอบอกชอบใจ  รอยยิ้มหวานยดย้อยที่เหล่านางกำนัลไม่เคยเห็น

                “ เอามาจากไหนเหรอเพคะ ” ฮเยซองถามขึ้น

                “ อย่ามาถามน่า….เราไม่บอกหรอก ชิร์ ” สบัดหน้าหนีอย่างน่ารัก

                “ ใส่นิ้วนางข้างซ้ายซะด้วย ท่านองครักษ์มอบให้หรือเพคะ? ” ยูซองบอกได้โดยไม่ต้องเดาแม้แต่น้อย ก็เมื่อวานองค์หญิงของเขายังร้องไห้โวยวายไม่ยอมแต่งงาน แต่พอเมื่อคืนกลับมาพร้อมท่านยุนโฮก็อารมณ์ดีมาตลอด

                “ เจ้ารู้งั้นเหรอ ” เงยหน้าถามสองสาวที่อยู่ด้านหลัง

                “ รู้สิเพคะ…พระองค์กำลังจะอภิเษกสมรสกับท่านยุนโฮ  แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายต้องเป็นสิ่งแทนใจแน่เพคะ ” ยูซองแฝดผู้น้องคุยอย่างออกรส  ทั้งๆที่ตนก็ไม่เคยมีความรักแต่แก่แดดเสียเกินวัย

                “ อืม…ของแทนใจงั้นเหรอ ”

                “ เพคะ ทั้งสองต้องแลกของแทนใจ…แล้วนี่องค์หญิงให้อะไรองครักษ์ชองหรือเพคะ? ” แจจุงมองหน้าสองสาวเหรอหรา

                “ นี่แสดงว่าไม่ได้ให้เหรอเพคะ ”

                “ เราไม่เข้าใจ ต้องแลกของกันด้วยเหรอ…เรา ไม่มีแหวนแบบนี้หรอก ”

                “ สิ่งใดก็ได้ที่ฝ่าบาทคิดว่ามีค่า และอยากให้อีกฝ่ายเก็บรักษามันเป็นอย่างดีเพคะ ”

 

 

สิ่งที่มีค่างั้นเหรอ….

 

 

 

 

 

                “ องค์หญิงน้อย!...จะทรงแต่งงานหรือขอรับ! ” เสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งเข้ามากำลังจะเข้าถึงตำหนักด้านใน แต่ถูกยุนโฮที่อยู่ตำหนักรับรองหยุดไว้เสียก่อน เพราะถึงยังไงจุนซูก็เป็นผู้ชาย

                “ โอ๊ะ!....ท่านยุนโฮ  ใครกันหรือขอรับที่จะแต่งงานกับองค์หญิงน้อย ” ยังมีหน้าหันไปกามเค้าอีก

                “ เอ่อ… ”

                “ อึกอักอะไรขอรับ รีบตอบมาเร็วข้าน้อยอยากจะรู้เต็มที ”

                “ เอ่อ… ”

                “ จุนซู!... ” แจจุงเดินออกมาจากตำหนักด้านในเอ่ยเรียกสหายไว้

                “ องค์หญิง  บอกข้าน้อยเร็วขอรับว่าชายผู้นั้นเป็นใครกัน ” ตากลมเหลือบมองยุนโฮที่ยืนห่างออกไป จู่ๆก็รู้สึกร้อนๆที่ใบหน้าขึ้นมา

                “ เจ้าออกไปก่อนยุนโฮ…. ”

                “ ทูลลาพะยะค่ะ ” ยุนโฮยกยิ้มเมื่อที่นิ้วนางข้างซ้ายของแจจุงยังมีแหวนของเขาสวมอยู่

 

 

                “ อะไรนะ!...ท่านองครักษ์นะเหรอ  ท่านชองยุนโฮสุดเท่ห์นี่เอง… ” จุนซูตกใจจากคำบอกเล่าของนางกำนัลทั้งสอง แต่ก็เห็นดีด้วย

                “ พวกเจ้า                ! เลิกพูดเถอะน่า ” อดที่จะเขินอายไม่ได้

                “ แต่องค์หญิงนี่สิเจ้าค่ะไม่มีของแทนใจให้ท่านองครักษ์ชอง…. ” ฮเยซองบ่นกับจุนซูทันที

                “ จริงหรือขอรับ!...โถ่~ ท่านยุนโฮจะไม่น้อยใจแย่เหรอขอรับ ”

                “ จะมาน้อยใจอะไรเราเล่า…ก็เราไม่มีแหวนแบบเจ้านั่นนี่ ” ทุกคนเอาแต่ตำหนิเขาอยู่ได้ ยุนโฮก็ไม่เห็นจะทวงอะไรเลย

                “ สิ่งที่มีค่าสำหรับองค์หญิงไงขอรับ มีหรือเปล่า ”

                “ มีสิ….นี่น่ะเป็นสร้อยคอข้างในเก็บรูปได้ด้วยนะ เสด็จพ่อสั่งทำพิเศษจากนายช่างฝรั่งเพื่อมอบให้เสด็จแม่ ตอนนี้ตกเป็นของเรา ” แจจุงดึงมันออกมาจากคอให้ทุกคนดู  ล็อกเก็ตสีทองรูปทรงวงรีมีลายดอกโบตั๋นอยู่ด้านหน้าสวยงาม รอบๆดอกแต่งลายสวย แจจุงเปิดด้านในให้ทุกคนดู แต่ไม่มีรูปใครอยู่เลย

                “ งามมากขอบรับ…อันนี้แหละเหมาะ ใช่มั้ยทุกคน ” หันไปถามนางกำนัลฝาแฝดซึ่งสองสาวก็เห็นดีด้วยโดยการพยักหน้า ก่อนยูซองจะวิ่งเข้าตำหนัดด้านในไปหยิบบางอย่างมา

                “ เอารูปองค์หญิงใส่เข้าไปในสร้อยนี้มั้ยเจ้าค่ะพระสหาย ”

                “ เยี่ยมเลย มาช่วยกันตัดรูปเถอะ….ขอสร้อยด้วยขอรับ ” ทำไมถึงตัดสินใจกันเองแบบนี้เล่าเจ้าพวกนี้ แถมยังรูปเราตอนที่ให้พวกฝรั่งมาถ่ายมาอีก

                “ งามมากเลย….ทีนี้หละท่านยุนโฮต้องนึกถึงแต่องค์หญิง คิดถึงก็มอง โหยหาก็มอง…ในใจมีแต่องค์หญิงน้อยของพวกเรา ” จุนซูท่าทางเพ้อๆเมื่อจัดการเอารูปสวยขององค์หญิงใส่เข้าไป

                “ พวกเจ้า! จะบ้าเหรอ…โหยหาอะไรกัน ชิส์! ” ใบหน้าแดงๆบ่งบอกได้ว่าองค์หญิงเขินอายแค่ไหน  แจจุงคว้าเอาสร้อยกลับไป

                “ แหม ก็จะแต่งงานกันแล้วนี่ขอรับ ”

                “ เราไม่คุยด้วยแล้ว!... ” สบัดหน้าหนีเดินออกจากตำหนักไป  ใบหน้าสวบบูดบึ้งบ่นพึมพำๆแต่ไอร้อนๆกับแก้มแดงๆบอกได้ว่าตนเองอายจนแทบจะแทรกแผ่นดิน

                “ พูดบ้าอะไรก็ไม่รู้…ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย ” เดินไปบ่นไปจนมาถึงสวนด้านข้างตำหนัก ดอกโบตั๋นส่งกลิ่นหอมอบอวล

 

ปึก!

 

                “ โอ้ย เจ็บ!....เจ้า! ยืนขวางทางเราอีกแล้วนะ ” อดบ่นได้เมื่อเขาเดินชนร่างสูงๆของยุนโฮอีกแล้ว มือเรียวจับป้อยๆที่หน้าผากมนของตนเอง

                “ ระวังหน่อยสิพระเจ้าค่ะ ”

                “ เจ้านั่นแหละมาขวางเรา….เจ็บอะ ” หน้าผากแดงๆเรียกให้ยุนโฮส่งมือไปสัมผัส  คงจะเจ็บจริงๆ

                “ อย่าจับแรงสิ ! ”

                “ อย่าโวยวายสิ ” ยุนโฮตอกกลับ เรียกค้อนวงโตจากคนสวย

                “ …… ” สัมผัสอุ่นๆที่หน้าผากทำให้แจจุงเงียบไป ดวงตาเรียวของยุนโฮที่เคยดุไม่เหมือนเคย ใกล้กันเพียงนิดเดียว

                “ หากซนมากก็จะเจ็บตัวแบบนี้… ” บอกพร้อมรอยยิ้ม   

                “ คราวนี้เราไม่ได้ซนซะหน่อยนี่ ” แจจุงปัดมือยุนโฮออก

                “ สร้อยสวยนะพะยะค่ะ ” แจจุงสดุ้งเมื่อถูกทักเรื่องสร้อย เขายิ่งอายๆอยู่

                “ อ่อ เนี่ยเหรอ…เรา…เราให้เจ้าแล้วกัน ” ตาเรียวมองอีกฝ่ายที่ยื่นสร้อยล็อกเก็ตสีทองให้เขา แถมยังหน้าแดงๆนั่นอีก  น่ารักซะไม่มี

                “ รับไปสิ…ก็ พวกจุนซูบอกว่าเราต้องแลกของกันไม่ใช่เหรอ ” ยุนโฮรับมันไว้ด้วยหัวใจที่พองโตกว่าครั้งไหนๆ  ความรักที่ไม่มีจริงสำหรับเขามันกำลังก่อเกิดในดวงใจทีละน้อยๆ 

                “ เจ้าต้องดูแลมันอย่างดีเลยนะ….เราไปหละ ” ว่าแล้วก็เร่งเดินกลับเข้าตำหนักไป  ยุนโฮงงงวยกับท่าทางนั้นก่อนจะก้มลงดูของในมือแล้วเปิดมันออก  รูปองค์หญิงงามถูกใส่ไว้ในนั้น ใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากแดงอิ่ม เรือนผมดำเงางามปรากฏอยู่ในสายตา  ช่างงามอะไรเช่นนี้

 

 

 

                “ นี่ก็ใกล้งานแต่งของเราแล้ว  ทำไมเสด็จพ่อไม่มาซักทีหละ ”

                “ องค์หญิง~ ”

                “ ทุกคนวิ่งวุ่นเรื่องงานแต่งของเรา แต่เสด็จพ่อกลับไม่ส่งข่าว ไม่สนใจงานบ้าๆนี่ซักนิด ” ว่าแล้วก็ปล่อยน้ำตาออกมาเงียบๆ ไร้เสียงสะอื้น

                “ ฝ่าบาทไม่คิดเช่นนั้นหรอกขอรับ ” นั่งมองเพื่อนร้องไห้แบบนี้จุนซูรู้สึกไม่ดีเลยซักนิด

                “ ใครๆก็บอกว่าเสด็จพ่อทำไปเพราะมีเหตุผล…แต่เราไม่เห็นเหตุผลพวกนั้นเลย…เราไม่เข้าใจ ทุกคนพยายามจะทำอะไรกันแน่ ”

                “ ท่านยุนโฮเป็นคนดี จะต้องดูแลองค์หญิงได้แน่ๆขอรับ ” จุนซูไม่รู้จะปลอบใจคนขี้น้อยใจอย่างไรดี

                “ อย่างนั้นเหรอ…เราเชื่อใจทุกคน ทั้งเจ้า เสด็จพ่อ เสด็จพี่ ท่านน้า….แต่ชองยุนโฮคนนั้น เราไม่มั่นใจขนาดนั้นนี่ ”  ว่าพลางลูบแหวนเงินไปมาอย่างใช้ความคิด   แหวนแทนใจอย่างนั้นเหรอ

                “ องค์หญิงเพคะ!!....องค์หญิง! ” เสียงเรียกพร้อมฝีเท้าของฮเยซองและยูซองดังขึ้น สองแฝดวิ่งกระหืดกระหอบมา

                “ มีอะไร ”

                ” แฮก!...ฝ่าบาทเพคะ…ฝ่าบาททรงเสด็จกลับมาแล้ว เมื่อเช้ามืด!! ”

                “ เสด็จพ่อ ” ว่าแล้วก็ออกวิ่งไปยังตำหนักใหญ่ทันที

                “ อย่าวิ่งสิเพคะองค์หญิง ” สองสาวหนึ่งหนุ่มวิ่งตามไปแทบไม่ทัน

 

 

 

                “ เสด็จพ่อ!.... ” ภายในห้องทรงงาน มีทั้งยูชอน ยุนโฮ ที่กำลังนั่งปรึกษางานสำคัญกลับมีองค์หญิงน้อยวิ่งพรวดพราดเข้ามา ริมฝีปากอิ่มเตรียมเบะออกร้องไห้เมื่อเห็นหน้าผู้เป็นบิดา

                “ แจจุง ” คนตัวเล็กกอดบิดาแน่นขณะที่ทั้งคู่อยู่ในท่ายืน

                “ อย่าทิ้งลูกไปอีก…ไม่เอาแล้ว…ฮึก ” ใบหน้าเปื้อนน้ำตาซุกลงที่อก เนื้อตัวสั่นอย่างขวัญเสียด้วยความไม่เคยห่างกันไปไกลเช่นนี้  อีกทั้งพระบิดายังไม่ยอมส่งข่าวอีกด้วย

                “ ลูกพ่อ ” เจ้าคงหวาดกลัวเมื่อต้องอยู่โดยไม่มีพ่อ แต่พ่อไม่อาจอยู่กับเจ้าไปได้ตลอดชีวิต 

                “ ฮึก…อย่าทิ้งลูก…อยู่กับลูกนะ…ฮือ ”  พระเจ้าชินซองลูบผมดำขลับเบามือ แจจุงตัวสั่นอย่างไม่เคยเป็น หวาดกลัวและรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว 

                “ อย่าร้องไห้ พ่อกลับมาแล้ว…เด็กดี ”

                “ สัญญาก่อนเพคะ สัญญาว่าจะอยู่กับลูก ” ดูก็รู้ว่าบุตรสาวเสียขวัญแค่ไหน ดูจากใบหน้า

                “ เจ้าโตแล้วแจจุงและกำลังจะแต่งงาน…ยุนโฮจะดูแลลูกของพ่อ ” แจจุงส่ายหน้าไปมา บอกว่าไม่ยอม และยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่า  มือบางกำเสื้อของบิดาไว้แน่นก่อนออกแรงเขย่าแรงๆ

                “ ไม่เอา!...ลูกไม่อยู่กับผู้อื่น…ฮึก…เสด็จพ่อใจร้าย!...หากทิ้งลูกอีกลูกจะไปอยู่กับเสด็จแม่!! ” ฝ่าบาทเบิกตากว้างเมื่อแจจุงพูดบางอย่างที่ทำให้ตนโมโหหนัก

                “ แจจุง!...พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือไม่!! ” แจจุงสดุ้งเฮือกเพราะไม่เคยถูกดุถึงขนาดนี้ 

                “ ทำไมตอนนั้นไม่ปล่อยให้ลูกตายไปเลยหากจะยกลูกให้ผู้อื่น ” ทั้งน้อยใจ เสียใจ

                “ ออกไป…พ่อไม่อยากเห็นหน้าเจ้า! ” ชินซองเอ่ยไล่โดยไม่มองใบหน้าน่าสงสารของแจจุงแม้แต่น้อย เรื่องราวในอดีตกัดกิดจิตใจเขาเหลือเกิน

                “ หากไม่ต้องการลูก…ลูกก็จะตายให้ดู ” ฝ่าบาทคว้าแขนไว้ไม่ทัน แจจุงวิ่งออกไปแล้ว ดวงใจของพ่อแตกสลายเมื่อได้ยินคำพูดไม่รักตัวเองเช่นนั้น

                “ หม่อมฉันไปเองพะยะค่ะ ” ยุนโฮว่าก่อนวิ่งตามออกไปทันที
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 7 Jan 2012 14:42:39 by Madame56 ☆

edit @ 8 Jan 2012 17:28:22 by Madame56 ☆